“สำนวนไทย จาก ...ท้องไร่ ท้องนา…”
โดย
น.ส.สุชญา บุญอนันต์
...สวัสดีค่ะ... หากมีคนกล่าวว่า“เกษตรกรรม” เป็นพื้นฐานทางสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
คนไทยส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่าย ก็เห็นจะเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง
เพราะวิถีชีวิตของคนไทยเกี่ยวข้องกับไร่นามาโดยตลอด
แต่ในปัจจุบัน หากผู้อ่านลองสังเกตสักนิดจะเห็นว่าสังคมนั้นเปลี่ยนไป
ผู้คนเริ่มหันมาใช้ชีวิตในรูปแบบสังคมเมือง
พึ่งพาเทคโนโลยีจนกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต
สำหรับผู้เขียนเองมีพื้นเพของครอบครัวอยู่ในภาคอีสาน ทำให้ได้มีโอกาสได้สัมผัสทั้งวิถีชีวิตเกษตรกรรมแบบคนอีสานและวิถีชีวิตแบบชุมชนเมือง มิใช่แค่ด้านวิถีชีวิตของผู้คนเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง
ในด้านการสื่อสารก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ในปัจจุบัน การพูดคุยกันของผู้คนไม่ได้มีแค่คำพูดปกติเท่านั้น
แต่จะมีการใช้สำนวนไทยมาใช้เป็นคำเปรียบเทียบ ประกอบการพูดด้วย ซึ่งผู้เขียนก็มีประสบการณ์การใช้สำนวนไทยมาใช้ในการสื่อสารเช่นกัน
จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรรมและประสบการณ์การใช้สำนวนไทย
ทำให้ผู้เขียนเห็นว่าจากวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมและการทำไร่ทำนานั้น
เป็นที่มาของสำนวนไทยที่คนใช้กันอยู่หลายสำนวนจึงขอรวบรวมสำนวนไทยที่มีที่มาจากวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมและการทำไร่
ทำนา (จรัญ จันทลักขณา, ผกาพรรณ
สกุลมั่น, 2550, หน้า 49-113) ดังนี้
เขียนเสือให้วัวกลัว หมายถึง ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายเสียขวัญหรือเกรงขาม (ดาริกา นวลจันทร์, 2551, หน้า 34) มีที่มาจากในสมัยโบราณหมู่บ้านจะอยู่ใกล้ป่า เวลากลางคืนเสือก็จะออกมากินวัวของชาวบ้าน
โดยเสือจะกินวัวเพราะวัวไม่สามารถต่อสู้กับเสือได้แต่ควายจะต่อสู้กับเสือ เมื่อวัวได้กลิ่นของเสือก็จะเกิดอาการตื่นตระหนก
วัวที่เคยโดนเสือรบกวนเพียงแค่เห็นภาพของเสือก็จะหวาดกลัวทันที
ซังกะตาย หมายถึง
ไม่เต็มใจ ฝืนใจ ไม่มีชีวิตชีวา (ไอคิว พลัส, 2558, หน้า 182) มีที่มาจากการที่ชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้วสิ่งที่เหลืออยู่จากการเก็บเกี่ยว
คือ ซังหรือตอซังที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในนา เมื่อเวลาผ่านไปซังนั้นก็จะตาย
กลายเป็นซังที่แห้งไม่มีชีวิตชีวาและจะถูกวัวควายกินในที่สุด
ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าตรุษ หมายถึง ซื้อสิ่งของในยามที่มีผู้ต้องการจำนวนมาก (ดาริกา นวลจันทร์, 2551, หน้า 48) มีที่มาจากการทำนา ชาวนาจะต้องมีควายหรือวัวไว้ใช้ไถนา
หากใครที่ไม่ยอมจัดหาวัวควายไว้ก่อน ที่จะถึงหน้านาก็ต้องมาซื้อวัวควายกันทีหลังซึ่งราคาวัวควายนั้นจะสูงมาก
หากไม่ซื้อก็ไม่ได้เพราะจะไม่มีวัวควายไป ไถนาจึงจำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อ
ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ หมายถึง ให้รู้จักพิจารณาลักษณะบุคคลหรือผู้หญิงที่จะเลือกเป็นคู่ครอง (ดาริกา
นวลจันทร์, 2551, หน้า 49) มีที่มาจากการคัดเลือกวัวของชาวบ้านที่จะเลือกวัวที่มีหางแข็งแรงสมบูรณ์ ขนพู่หางยาวเป็นพวง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัวตัวนี้มีสุขภาพสมบูรณ์
ให้ลูกได้ดี ใช้งานเก่ง
เช่นเดียวกับการเลือกผู้หญิงเป็นคู่ครองที่ให้ดูแม่ เพราะแม่เป็นผู้ถ่ายทอดลักษณะให้ลูก
ทำนาบนหลังคน หมายถึง การหาประโยชน์ใส่ตนโดยขูดรีดผู้อื่น
(ไอคิว พลัส, 2558, หน้า 255) มีที่มาจากการที่พ่อค้าข้าวขูดรีด เอาเปรียบ
ชาวไร่ชาวนา ทำให้ชาวนามีหนี้สินมากมาย แต่พ่อค้าข้าวกลับร่ำรวย จึงเรียกว่าพ่อค้าทำนาบนหลังคน
ทำนาออมกล้า ทำปลาออมเกลือ หมายถึง
ทำการสิ่งใดถ้ากลัวหมดเปลือง ย่อมไม่ได้ผลที่สมบูรณ์ (ดาริกา นวลจันทร์, 2551,
หน้า 62) มีที่มาจากการทำนาถ้าไม่จัดปริมาณต้นกล้าข้าวให้พอดีมัวแต่ออมหรือประหยัดกล้าข้าว
จะทำให้นามีต้นข้าวที่ห่างหรือน้อยเกินไป
ผลผลิตข้าวก็จะได้ผลต่ำไม่เต็มที่
เช่นเดียวกับการที่ชาวบ้านจับปลาได้มากก็จะนำมาทำปลาแห้ง ถ้ามัวแต่กลัวว่าเกลือจะหมดปลาที่หามาได้ก็จะเน่าเสียทำให้เสียของ
ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า
หมายถึง ทำอะไรๆจะให้ถูกใจคนทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้ (ดาริกา นวลจันทร์, 2551, หน้า 76)
มีที่มาจากการทำไร่ทำนาที่ต้องใช้น้ำในปริมาณที่พอดี ถ้าฝนตกมามากน้ำก็ท่วมพืชผลเสียหาย
ถ้าฝนไม่ตกพืชผลก็ไม่เจริญเติบโต ต้องมีความพอดีผลผลิตจึงจะเติบโต
แต่ก็ไม่สามารถไปสั่งธรรมชาติได้ว่าจะให้ฝนตกหรือไม่ตก
จึงไม่ถูกใจชาวไร่ชาวนาได้ทุกคน
พลัดที่นาคาที่อยู่ หมายถึง
พลัดพรากจากถิ่นฐานเดิม ระหกระเหิน(ดาริกา
นวลจันทร์, 2551, หน้า 79) มีที่มาจากการที่ชาวไร่ชาวนาต้องออกจากที่ดินของตนเอง
เพราะเป็นหนี้สินท่วมตัวไม่มีปัญญาใช้ ต้องขายไร่ขายนา ขายที่ใช้ทำมาหากินซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายและเร่ร่อนไปหางานทำในเมืองกรุง
ลงแขก หมายถึง
การร่วมแรงเพื่อนบ้าน มาช่วยกันทำงาน
(ไอคิว พลัส, 2558, หน้า 437) เช่น ดำนา
เกี่ยวข้าวให้ลุล่วงเร็วโดยไม่รับค่าจ้างผลัดเปลี่ยนช่วยกันไปตามความจำเป็นของแต่ละบ้าน
มีที่มาจากการดำนาที่ต้องการให้งานเสร็จรวดเร็ว ถ้าหากใช้เวลาหลายวันต้นข้าวจะไม่สม่ำเสมอจึงใช้การลงแขกเพื่อช่วยกันการดำนางานก็จะเสร็จเร็ว
วัวพันหลัก หมายถึง
วกหรือย้อนกลับเข้าหาที่เริ่มต้น
(ดาริกา นวลจันทร์, 2551, หน้า 96) มีที่มาจากการที่ชาวบ้านพาวัวควายออกไปกินหญ้า
จะนำเชือกมาล่ามวัวควายไว้กับหลัก วัวควายก็จะกินหญ้าในบริเวณนั้นหรือเดินวนไปวนมาจนบางครั้งเชือกก็ไปพันกับหลักที่ผูก
วัวควายก็ต้องเดินย้อนหลักเพื่อให้เชือกนั้นคลายออก
หญ้าปากคอก
หมายถึง คุ้นจนมองข้ามไป
(ดาริกา นวลจันทร์, 2551, หน้า 102) มีที่มาจากพฤติกรรมของวัวควายที่เมื่อเปิดประตูคอกก็จะวิ่งออกจากคอกไปกินหญ้าที่ทุ่ง ซึ่งวัวควายเดินผ่านปากคอกทุกวันแต่ลืมมองว่าที่ปากคอกก็มีหญ้าขึ้นอยู่ เป็นอาหารที่อยู่ใกล้ปากแต่ก็ไม่สนใจ
หว่านพืชหวังผล หมายถึง
ให้ประโยชน์ผู้อื่นเพื่อหวังผลตอบแทน (ไอคิว พลัส, 2558, หน้า 564) มีที่มาจาก
การที่ชาวนาหว่านเมล็ดข้าวปล่อยให้ข้าวเจริญเติบโตใช้เวลาราว
4-5 เดือน เพื่อหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ผลผลิตดีเมื่อหว่านเมล็ดแล้วก็ต้องหวังผลเป็นธรรมดา
สำนวนนี้มักใช้เปรียบเทียบกับการได้ผลประโยชน์หรือการหวังผลโดยมีบางอย่างแอบแฝงอยู่
จากสำนวนไทยทั้ง 12 สำนวนที่ผู้เขียนรวบรวมนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำนวนไทยที่มีที่มาจากวิถีชีวิตของชาวไร่
ชาวนา แสดงให้เห็นว่าวิถีชีวิตเกษตรกรรมของชาวไร่ชาวนานั้น
นอกจากจะสัมพันธ์กับคนแล้วยังสัมพันธ์กับภาษาเช่นกัน
หากผู้อ่านสนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือและแหล่งสารสนเทศต่างๆ ซึ่งจะทำให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้และเข้าใจความเป็นมาเป็นไปของสำนวนไทยมากยิ่งขึ้น ...สวัสดีค่ะ...
หากผู้อ่านสนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือและแหล่งสารสนเทศต่างๆ ซึ่งจะทำให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้และเข้าใจความเป็นมาเป็นไปของสำนวนไทยมากยิ่งขึ้น ...สวัสดีค่ะ...
เอกสารอ้างอิง
ดาริกา นวลจันทร์. (2551). สำบัด สำนวน. กรุงเทพฯ: รามาการพิมพ์.
ฝ่ายวิชาการไอคิว
พลัส. (2558). พจนานุกรมไทยเพื่อนักเรียน. กรุงเทพฯ: ส.เอเซียเพรส(1989).
จรัญ
จันทลักขณา, และผกาพรรณ สกุลมั่น. (2550). ภูมิปัญญาชาวบ้านและสำนวนไทยจากไร่นา.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เสริมมิตร.

ตรวจแล้ว
ตอบลบ